ผู้ที่มีภาวะเลือดเจือจางมักมีอาการต่างๆ เช่น อ่อนเพลีย เลือดออกง่าย และโลหิตจาง ดังรายละเอียดด้านล่าง:
1. ความเหนื่อยล้า: เลือดที่เจือจางอาจทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนและสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดความเหนื่อยล้า นอกจากนี้ เลือดที่เจือจางยังอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้ความเหนื่อยล้ารุนแรงขึ้นไปอีก
2. เลือดออกง่าย: เลือดเจือจางอาจทำให้การทำงานของระบบการแข็งตัวของเลือดลดลง จำนวนเกล็ดเลือดลดลง หรือการทำงานของเกล็ดเลือดผิดปกติ ดังนั้นผู้ที่มีเลือดเจือจางจึงมีแนวโน้มที่จะเลือดออกได้ง่ายกว่า แม้แต่บาดแผลเล็กน้อยหรือรอยขีดข่วนก็อาจทำให้เลือดออกไม่หยุด นอกจากนี้ อาการต่างๆ เช่น เลือดออกตามเหงือกและรอยฟกช้ำใต้ผิวหนังก็พบได้บ่อยในผู้ที่มีเลือดเจือจางเช่นกัน
3. ภาวะโลหิตจาง: เลือดเจือจางอาจทำให้จำนวนเม็ดเลือดแดงลดลงหรือการทำงานของเม็ดเลือดแดงผิดปกติ ส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจาง ภาวะโลหิตจางอาจทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ส่งผลให้การทำงานของอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ ทั่วร่างกายผิดปกติ โดยแสดงอาการต่างๆ เช่น อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ใจสั่น และหายใจลำบาก
นอกเหนือจากอาการทั่วไปที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีอาการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อีก เช่น:
1. เลือดกำเดาไหล: เลือดที่เจือจางอาจทำให้หลอดเลือดในเยื่อบุจมูกเปราะบาง ส่งผลให้เลือดกำเดาไหลได้ง่าย
2.ความดันโลหิตสูง: เลือดที่เจือจางอาจทำให้ความดันในหลอดเลือดลดลง ส่งผลให้ร่างกายตอบสนองต่อการควบคุมความดันโลหิตและนำไปสู่ความดันโลหิตสูงในที่สุด
3. โรคกระดูกพรุน: เลือดที่เจือจางอาจส่งผลต่อการลำเลียงสารอาหารไปเลี้ยงกระดูก ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้
4. เลือดออกไม่หยุด: เนื่องจากเลือดมีลักษณะเหลวและระบบการแข็งตัวของเลือดทำงานลดลง จึงอาจหยุดเลือดได้ยาก
ควรทราบว่าภาวะเลือดบางอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม ผลข้างเคียงจากยา โรคต่างๆ เป็นต้น ดังนั้นอาการเฉพาะจึงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากมีอาการของภาวะเลือดบาง ควรไปพบแพทย์โดยเร็วเพื่อรับการตรวจและรักษาที่เหมาะสม
นามบัตร
วีแชทจีน